คำตอบสั้น
การเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดเริ่มต้นจากการคัดแยกเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันหรือปัสสาวะของผู้ป่วย จากนั้นนำเข้าสู่กระบวนการเพิ่มจำนวนในห้องปฏิบัติการ Class 100 ภายใต้มาตรฐาน GMP โดยใช้เทคโนโลยีเฉพาะของ EHL BIO ที่ช่วยคงความแข็งแรงและเพิ่มจำนวนเซลล์ได้สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 1,000 เท่า
สรุปประเด็นสำคัญ
- การเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ Class 100 ภายใต้มาตรฐาน GMP สูงสุด
- เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงที่ให้ผลผลิตเซลล์สูงกว่าคู่แข่งถึง 1,000 เท่า
- ระบบการจัดเก็บเซลล์ในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส
- ตรวจสอบคุณภาพโดยสถาบันวิจัยที่มีบุคลากรกว่า 85 ท่าน ตามการประเมินของทีม EHL
จุดเริ่มต้นของการคัดแยกเซลล์คุณภาพสูง
กระบวนการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดที่ EHL BIO เริ่มต้นจากการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากร่างกายของผู้ป่วยเอง (Autologous) เช่น เนื้อเยื่อไขมันซึ่งเป็นแหล่งที่พบเซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (MSC) จำนวนมาก หรือการเก็บจากปัสสาวะซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่รุกล้ำร่างกาย
หลังจากได้ตัวอย่างเนื้อเยื่อแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเซลล์โดยใช้ชุดอุปกรณ์แยกเซลล์ SVF (Stromal Vascular Fraction) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรของ EHL BIO เพื่อให้ได้เซลล์ที่มีความบริสุทธิ์สูงและพร้อมสำหรับการเข้าสู่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการต่อไป โดยขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาคุณภาพของเซลล์เริ่มต้นให้สมบูรณ์ที่สุด
การเพิ่มจำนวนเซลล์ภายใต้มาตรฐาน GMP ระดับสากล
EHL BIO มีศูนย์ผลิตเซลล์ (Cell Processing Center) ที่ได้มาตรฐาน GMP และประกอบด้วยห้องสะอาด (Clean Room) ระดับ Class 100 ซึ่งมีการควบคุมความสะอาดและสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด ในขั้นตอนนี้เซลล์จะถูกนำไปวางในอาหารเลี้ยงเซลล์ (Conditioned Media) ที่อุดมไปด้วยโกรทแฟคเตอร์และสารอาหารที่จำเป็น
เทคโนโลยีเฉพาะทางของ EHL BIO ช่วยให้เราสามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ได้สูงกว่าคู่แข่งถึง 1,000 เท่า โดยยังคงรักษาอัตราการรอดชีวิตและความแข็งแรงของเซลล์ได้อย่างยอดเยี่ยม ศูนย์ผลิตของเรามีกำลังการผลิตรองรับได้ถึง 6,000 ล็อตต่อปี ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับเซลล์ในปริมาณที่เพียงพอต่อแผนการฟื้นฟูที่ทีม EHL ประเมินไว้
มาตรฐาน GMP และเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงของ EHL BIO คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราผลิตเซลล์ที่มีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 1,000 เท่า เพื่อเป้าหมายการฟื้นฟูและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วย
การควบคุมคุณภาพและระบบการจัดเก็บที่ปลอดภัย
ในระหว่างกระบวนการเพาะเลี้ยง ทีมวิจัยกว่า 85 ท่านจะทำการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาการปนเปื้อน ความบริสุทธิ์ของเซลล์ และลักษณะทางสัณฐานวิทยา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการชีวเวชภัณฑ์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูของเกาหลี
เมื่อได้เซลล์ตามจำนวนและคุณภาพที่ต้องการ เซลล์จะถูกนำไปผ่านกระบวนการแช่แข็งในถังไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ระบบการแช่แข็งนี้ช่วยรักษาสภาพของเซลล์ให้คงความอ่อนเยาว์และชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพไว้ได้นานหลายปี ทำให้ผู้ป่วยสามารถนำเซลล์ของตนเองที่เคยจัดเก็บไว้ในวัยที่แข็งแรงออกมาใช้เพื่อเป้าหมายการฟื้นฟูและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

จากห้องแล็บสู่แผนการฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
เมื่อกระบวนการเพาะเลี้ยงเสร็จสิ้น เซลล์ที่แข็งแรงจะถูกส่งต่อไปยัง EHL Cell Clinic เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูตามแผนการที่ทีม EHL ประเมินไว้ เช่น การใช้ทางหลอดเลือดดำเพื่ออาศัย Homing Effect ในการนำเซลล์ไปยังอวัยวะเป้าหมาย หรือการใช้เฉพาะจุดสำหรับข้อและปัญหาผิวพรรณ
สำหรับผู้ป่วยจากประเทศไทย EHL Thailand มีทีมประสานงานดูแลตั้งแต่การประเมินเอกสาร การวางแผนเดินทาง จนถึงการติดตามผลหลังกลับประเทศ เพื่อให้การเข้าถึงนวัตกรรมเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยเดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย
ใช้เวลานานเท่าใดในการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิด?
โดยปกติจะใช้เวลาเพาะเลี้ยงและขยายจำนวนเซลล์ประมาณ 4 สัปดาห์ เพื่อให้ได้จำนวนเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับแผนการฟื้นฟู
ทำไมต้องเพาะเลี้ยงเซลล์จากไขมันของตัวเอง?
การใช้เซลล์ตนเอง (Autologous) ช่วยให้ร่างกายตอบสนองได้ดีและมีความปลอดภัยสูงกว่าการใช้เซลล์จากผู้อื่น ตามการประเมินของทีม EHL
เป้าหมายการฟื้นฟูด้วยเซลล์ต้นกำเนิดเป็นอย่างไร?
เป้าหมายคือการฟื้นฟูความเสื่อมของเนื้อเยื่อและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในระยะยาว ภายใต้การดูแลของทีมผู้เชี่ยวชาญ
ข้อมูลโรคที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงจากข้อมูลของ EHL BIO: เกี่ยวกับ EHL BIO · ศูนย์ GMP (Good Manufacturing Practices) · เซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) · การบำบัดด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกัน. แผนการดูแลของแต่ละคนกำหนดหลังการประเมินโดยทีม EHL









